5 วิธีการ สร้างชีวิตและการทำงานแบบ Work-Life Balance

คงไม่มีใครที่อยากทำงานอย่างเดียวจนหัวหมุน แต่คนทำธุรกิจหลายคนที่อยู่ในช่วงขายดี ทำงานคนเดียว ยังไม่กล้าปล่อยงานให้คนอื่น คงหลีกเลี่ยงสภาวะนี้ไม่ได้ ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงที่เช้า เที่ยง เย็น ดึก คุณต้องสาละวนกับงาน จนลืมเวลาให้ตัวเอง นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมา “ผิดทาง” ทำอย่างไรให้คุณทำงานได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น ในขณะเดียวกันคุณก็มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

5 วิธีการ สร้างชีวิตและการทำงานแบบ Work-Life Balance

1. จัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ กินกบตัวนั้นซะ! (Eat That Frog!)  คุณจะเข้าใจการบริหารจัดการเวลาที่ดีขึ้น เพราะการแบ่งเวลาเป็นเรื่องหลักเลยที่คุณต้องทำ และมันสำคัญมากๆ

ให้เลือกทำงานที่ยากก่อนในแต่ละวัน เมื่อคุณเลือกที่จะทำงานที่ยาก คุณจะรู้สึกว่าตัวเองได้ทำบางอย่างสำเร็จ แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ทำให้งานยิบย่อยใน To do list สมบูรณ์ทุกข้อก็ตาม  การใช้เวลาไปกับงานที่สำคัญที่สุด คือ กุญแจสำคัญ ที่ทำให้คุณมีเวลาเหลือไปทำสิ่งที่คุณอยากทำ

ดังนั้นคุณต้องรู้ว่างานแต่ละประเภทอยู่หมดหมู่ไหน

–      เรื่องไหนคือเรื่องสำคัญที่สุด แต่ยังไม่ด่วน

–      เรื่องไหนคือ เรื่องที่สำคัญ และด่วน

–      เรื่องไหนเป็นเรื่องไม่สำคัญแต่ด่วน

–       เรื่องไหน ไม่สำคัญและไม่ด่วน

พุ่งความสนใจไปที่งานที่ยาก และอยู่ในเรื่องที่สำคัญ อย่ารอให้ทุกอย่างเป็นเรื่องด่วน เพราะคุณจะทำงานแบบไฟลนก้น  วางแผนงานรายไตรมาส รายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันเริ่มต้นวันใหม่ด้วยแผนการที่ตั้งไว้ใน Schedule ของคุณ ทุกๆงานต้องมี Deadline ที่ต้องทำให้เสร็จ เอาตัวเองออกจากการผลัดวันประกันพรุ่งและโฟกัสไปที่งานสำคัญ! 

2.  อย่าพูดคำว่า Yes ตลอดเวลา Say No ให้เป็น

อย่าพูดว่าว่า Yes ตลอดเวลา หากคุณอยากมีชีวิตแบบ work-life balance คุณต้องหัดพูดว่าไม่หัดปฏิเสธให้เป็น

เมื่อคุณวางเป้าหมายของงานและชีวิตคุณแล้ว เพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น คุณต้องทำอะไรบ้าง และเพื่อให้เป้าหมายนี้สำเร็จ คุณต้องปฏิเสธงาน หรืออะไรก็ตามที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณตั้งเป้าไว้

การรับหมดทุกโอกาส ไม่ได้เป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณกำลังถูกเลือก จงทำตัวเองให้เป็นผู้เลือก เพราะเราไม่สามารถทำหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การเคารพในเป้าหมายของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น Say No ให้เป็น

3. จัดลำดับความสำคัญของงานให้ได้และกระจายงานให้เป็น

คุณไม่สามารถทำงานทุกงานได้ด้วยตัวเอง และคุณไม่มีทางเติบโตหากทำทุกอย่างอยู่คนเดียว เราต่างมีงานที่ถนัดกันคนละแบบ และงานที่คุณไม่ถนัด ใช้เวลาทำงาน คุณควรกระจายงานไปให้คนอื่นที่ทำดีกว่า และต้นทุนน้อยกว่า เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสในเรื่องที่คุณทำได้ดี

อย่าคิดว่างานที่คุณไม่อยากทำ คนอื่นเขาจะไม่อยากทำเหมือนคุณ แต่ละงาน คือ ของขวัญที่แตกต่างกันในแต่ละแบบ ดังนั้นจัดลำดับงาน และดูว่าอะไร คือ หัวใจสำคัญที่คุณต้องทำ และอะไรเป็นเรื่องที่คุณควรกระจายงานไปให้คนอื่นช่วย

4. ตั้งเป้าหมายถึงการมีสุขภาพที่ดี

สุขภาพดี คือ รากฐานของผลงานที่ดี อย่าลืมกำหนดเป้าหมายของสุขภาพ ในแบบที่คุณกำหนดเป้าหมายกับงาน

การออกกำลังกายเป็นประจำ ในแบบที่คุณชอบ และทำให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยที่จะเข้ามา และยังเพิมความแข็งแกร่งให้คุณ

ผู้ประกอบการจำนวนมากทำงานหนัก นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ อย่าให้เงินที่หามาต้องมาเสียไปกับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เราน่าจะเคยได้ยินตัวอย่างอันมากมาย ของคนที่ทำงาน หาเงินได้มาก แต่สุดท้ายต้องป่วยเป็นโรคร้าย ต้องนอนรักษาตัว อย่ารอให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ  และอย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกินด้วย

5. ขอความช่วยเหลือให้เป็น

อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หากคุณต้องการคนช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างที่คุณติดขัด คุณควรรีบขอความช่วยเหลือ เราไม่จำเป็นที่ต้องเป็น Hero ในทุกเรื่อง ทีมงาน ครอบครัว เพื่อน คือ คนที่จะช่วย Support คุณ

ประเภทบทความ

บทความที่ได้รับความนิยม

  • สมัครรับบทความและ Ebook ฟรี
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง, executive course, หลักสูตรผู้ประกอบการ

Talent Dynamics ศาสตร์ที่ผ่านการลงมือทำแล้วได้ผลจริง
ด้วยยอดขายระดับ New York Time Bestseller จากหนังสือ Millionaire Master Plan

หลักสูตรที่จะพาคุณ ไปเรียนรู้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือ การรู้จักตัวเอง การค้นหาตัวเอง บนเส้นทางชีวิตผ่านการเรียน และการทำงาน หลักสูตรนี้ประกอบด้วยเนื้อหาเข้มข้นที่นำมาถ่ายทอดอย่างผ่อนคลายและสนุกสนานด้วยการคำนึงถึงธรรมชาติในการเรียนรู้ผ่าน Workshop สนุกๆ

ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเอง รู้พรสวรรค์ จุดแข็ง และเข้าใจความแตกต่างระหว่างตัวเองกับคนอื่น ช่วยใน การสื่อสารองค์กร และการทำงานเป็นทีม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

Talent Dynamics เครื่องมือในการทำความเข้าใจตัวตนของมนุษย์แต่ละคน
พัฒนามาจากคัมภีร์อี้จิงซึ่งเป็นคัมภีร์โบราณของจีน
นำมาประยุกต์กับศาสตร์จิตวิทยาศึกษาคนของ ‘คาร์ล จุง’ นักจิตวิทยา

จนกลายมาเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ช่วยให้ผู้คนได้เข้าใจตัวเอง มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่แตกต่างได้ดีขึ้น และเลือกทางเดินในชีวิตได้ง่ายขึ้น ร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ ของการเรียนรู้เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อต่อยอดสู่ความสุขและความสำเร็จในด้านอื่น ๆ ได้แล้วกับหลักสูตร Talent Dynamics..แล้วคุณจะได้รู้ว่าการได้เป็นตัวเองคือสิ่งมีค่าที่สุด ที่จะมอบอิสระ และคุณค่าของคุณได้อย่างทวีคูณ